:: ยินดีต้อนรับเข้าสู่เวบไซต์ แหล่งความรู้เกี่ยวกับนาฏยศิลป์ไทย ::
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
การแสดงผลที่เหมาะสมแนะนำให้ใช้ browser เป็น Internet Explorer Version 5.0 ขึ้นไป
ลิงก์ไปยัง >>
บรมครูนาฏศิลป์ไทย


       พระพิราพเป็นอสูรตนหนึ่งที่มีบทบาทสั้นๆในเรื่อง รามเกียรติ์ ดังปรากฏในบทพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ ฉบับรัชกาลที่ ๑ ซึ่งกล่าวว่า “พิราพเป็นอสูรที่มีฤทธิ์มาก เพราะได้กำลังจากพระเพลิงและพระสมุทร พระอิศวรกำหนดให้อยู่ในป่าเขตเชิงเขาอัศกรรณ มีหน้าที่ดูแลรักษาสวน ที่ปลูกต้นชมพู่พวาทองเอาไว้ บรรดาสิงสาราสัตว์ที่พลัดหลงเข้ามาในบริเวณนั้นถือเป็นกรรมสิทธิ์ที่อสูร พิราพสามารถจับกินได้ ครั้งหนึ่งพิราพขึ้นไปเที่ยวเล่นบนสวรรค์ได้ฝากสวนไว้กับบรรดาบริวาร กำชับไว้ว่าอย่าให้ใครเข้ามาบุกรุกได้ และตนจะมาตรวจตราอีกเจ็ดวัน ต่อมาพระลักษมณ์ พระราม และนางสีดา เสด็จผ่านมาเห็นสวนงดงามจึงเข้าไปพำนัก และเก็บผลไม้เสวย บรรดารากษส บริวารพิราพอสูรเห็นเข้าจึงเข้าขับไล่ทำร้ายแต่ก็แพ้พระลักษมณ์ ล้มตายเป็นจำนวนมาก เมื่อพิราพกลับมาพบเข้าจึงตามไปสู้รบ พระรามจึงแผลงศรพรหมมาศถูกอกอสูรพิราพสิ้นชีวิต”

       บทบาทของพระพิราพตามบทพระราชนิพนธ์นั้นดูเหมือนจะน้อยนิดและไม่ได้สลัก สำคัญอะไร แต่ทว่าในความจริงแล้วกลับตรงกันข้าม องค์พระพิราพในระบบความเชื่อของฝ่ายดุริยางคศิลป์และนาฏศิลป์นั้น ล้วนแต่เคารพ ยำเกรงและถือว่าท่านเป็นบรมครูในด้าน นาฏดุริยางคศิลป์ ที่ทรงมหิทธิฤทธิ์สูงสุด ดังปรากฏในพิธีกรรมการไหว้ครู ครอบครู ดนตรีและนาฏศิลป์ไทยที่มีมาแต่ช้านาน

       พิธีกรรมการไหว้ครู ครอบครู เป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่ศิลปินทั้งดุริยางคศิลป์และนาฏศิลป์ ให้ความเชื่อมั่นศรัทธา ด้วยต่างถือคุณธรรมข้อความกตัญญูไว้เป็นที่ตั้ง และเป็นความเชื่อและจารีตโบราณที่สืบต่อกันว่า สรรพวิชาความรู้ในโลกนี้ ล้วนแต่มีครูเป็นต้นเค้าทั้งสิ้น


       ในทางศิลปการแสดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาฏศิลป์ไทย มีความเคร่งครัดอย่างยิ่งในการแสดงความเคารพครูบาอาจารย์ ด้วยถือว่าวิชาการเหล่านี้ได้มาแต่องค์พระเป็นเจ้าสูดสุดในศาสนาพราหมณ์ คือองค์พระอิศวรเป็นเจ้า และ ในการแสดงโขน ละครแต่ละครั้งจึงต้องจัดมณฑลพิธีที่บูชา และอัญเชิญเศียรพระพิราพและพระภรตฤษี ตั้งคู่กันไว้บนที่บูชาเสมอ

       ในพิธีไหว้ครูครอบครูนาฏศิลป์หรือดุริยางคศิลป์ ก็เฉกเช่นเดียวกัน องค์พระพิราพเป็นเทพเจ้าที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ต้องมีการเชิญเศียรองค์พระพิราพมาประกอบพิธีไหว้ครูและครอบครูอย่างขาดไม่ ได้ ดังปรากฎเป็นหลักฐานที่มีการบันทึกในพระตำราครอบโขนละคอน ฉบับหลวงตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ ๔ สืบมาจนถึงปัจจุบัน ที่ครูผู้ประกอบพิธีจะทำการอ่านโองการเชิญองค์พระพิราพมารับเครื่องสังเวย ปี่พาทย์จะทำเพลงองค์พระพิราพ ซึ่งเป็นเพลงประจำองค์ท่าน เสมือนว่าท่านได้ในมณฑลพิธีไหว้ครูนี้ ครั้นในลำดับขั้นตอนของพิธีครอบซึ่งหมายถึงการที่รับเข้าเป็นเครือของศิลปิน หรือเพื่อประสิทธิ์ประสาทความเป็นครูแก่ผู้จะนำวิชาไปสั่งสอนศิษย์สืบไป ครูผู้อ่านโองการจะทำการครอบเทริดโนรา เศียรพระภรตฤษี และเศียรพระพิราพ ในลำดับสุดท้ายแก่ผู้เข้าร่วมพิธี ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของครูอสูรเทพตนนี้ได้เป็นอย่างดี
       พระฤาษีครูและเครื่องหมายแห่งความกตัญญูรู้คุณอาจารย์พ่อแก่เป็นคำสามัญใช้ในวงการโขนละครความจริงคือพระฤาษีครู
และหมายรวมถึงครูอาจารย์ทุกท่านในอดีตจนถึงปัจจุบันทักรู้จักและไม่รู้จักชื่อของท่านและเป็นเครื่องหมายแห่งความกตัญญูรู้คุณอาจารย์นาฏศิลปะในพิธีไหว้โขนละครจึงนิยมปั้นหุ่นรูปพระฤาษีครูเป็นประธานในพิธี

          
       พระฤาษีเป็นนักบวชประเภทหนึ่งในศาสนาฮินดูอาศัยอยู่ในป่ามีชีวิตเรียบง่ายมุ่งทำจิตรภาวนาและสมาธิให้ใจสงบ
และเกิดประโยชน์แต่มีภรรยาได้ในศาสนาฮินดูถือว่าพระศิวะมีรูปร่างหนึ่งเป็นพระฤาษีและครูที่ประสิทธิ์ประสาทนาฏศิลปมีร่างหนึ่งเป็นพระฤาษีมูลเหตุแห่งความเขื่อว่าพระศิวะเป็นครูนาฏศิลปะเพราะพระศิวะเป็นสูงสุดมีหน้าที่สร้างความสมดุลในธรรมชาติบันดาลให้เกิดหรืดไม่เกิดความอุดมสมบูรณ์ลมหายใจและการเคลื่อนไหวของพระศิวะเป็นลมหายใจแห่งธรรมชาติด้วยชาวฮินดูจึงให้ความเคารพนับถือรูปพระศิวะนาฏราช(พระศิวะราชาแห่งนาฏศิลป)ในวงการโขนละครยังนับถือพระพิราบยักษ์เป็นครูนาฏศิลปด้วยโดยมีตำนานเล่าว่าพระพิราพ เป็นคนที่ท่าร่ายรำนาฏศิลปะขึ้น แล้วสอนมนุษย์ให้เรียนรู้

การใหว้ครูและครอบครู

การใหว้ครู และครอบครู เป็นการแสดงกตเวทีต่อบุพการี ครูบาอาจารย์ในพิธีการนั้น จะต้องจัดให้มีเครื่องสังเวย และครูผู้อ่านโองการตามแบบแผน ส่วนใหญ่จะเลือกกระทำพิธี ในวันพฤหัสบดี"ประเพณี การไหว้ครูมีมาแต่โบราณ คนไทยเป็นคนที่มีกตัญญูอย่างแรงกล้าและได้รับการอบรมต่อๆกันมาให้เป็นผู้มีกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ การที่จะกระทำ กิจการใดๆก็ต้องได้รับคำแนะนำจากครู แม้แต่การเลียนแบบหรือลักจำเขามาก็ ต้องเคารพผู้ให้กำเนิด หรือประดิษฐ์สิ่งนั้นในการศึกษาศิลปวิทยาการต่างๆ ต้องมีการไหว้ครูก่อนทั้งนั้น การไหว้ครูถือว่ามีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเรียนศิลปการดนตรี และนาฏศิลป์ เป็นพิธีการที่ค่อนข้างยิ่งใหญ่ และมีพิธีรีตองมากกว่าการไหว้ครูทางหนังสือ"พิธี ไหว้ครูที่ปฏิบัติกันเคร่งครัด ได้แก่ พิธีไหว้ครูอาจารย์ทางดุริยางคศิลป์ และ นาฏศิลป์ ถือกันว่าเพลงหน้าพาทย์ ดนตรีบางเพลง และท่ารำบางท่าเป็นเพลง และท่ารำที่ศักดิ์สิทธิ์ ถ้ายังไม่ได้ทำพิธีไหว้ครู และพิธีครอบเสียก่อนแล้วบรรดาครูอาจารย์ทั้งหลายก็ไม่กล้าสอนกล้าหัดให้ศิษย์ ด้วยเชื่อกันว่าจะเกิดผลร้ายแก่ครูผู้สอนและแก่ศิษย์เองด้วยถ้าเกิดอุบัติเหตุใดๆขึ้นก็จะกล่าวกันว่า "ครูแรง"เหตุนี้โรงเรียนนาฏศิลปของกรมศิลปากรจึงได้กำหนดงานพิธีไหว้ครูและพิธีครอบ ขึ้นเป็นประจำปีละครั้งในวันพฤหัสบดีซึ่งถือเป็นวันครูในตอนต้นภาคเรียนแรกแต่ละปีการศึกษา ทำนองเดียวกับโรงเรียนต่างๆเพียงแต่มีพิธีไหว้ครูนาฏศิลป์ และดุริยางคศิลป์เพิ่มจากไหว้ครูธรรมดา และมีพิธีครอบประกอบด้วย เพื่อครู ศิษย์และนักเรียนจะได้เริ่มสอนเริ่มเรียนกันไปอย่างเรียบร้อย และสบายใจ"

ความเชื่อ

       การ จัดพิธีไหว้ครูนั้น มักนิยมจัดกันในวันพฤหัสบดี ซึ่งถือว่าเป็นวันครูอันเกี่ยวข้องกับตำนานเทพเจ้าพระพฤหัสบดีในปัจจุบันบางครั้งก็นิยมจัดกันในวันอาทิตย์ได้อีก ๑ วันแต่ไม่ว่าจะจัดวันพฤหัสบดีหรือวันอาทิตย์ จะต้องไม่ตรงกับวันพระเพราะถือว่าครูจะไม่ลงมา และหาซื้อเครื่องสังเวยลำบากเดือนที่นิยมกระทำพิธีไหว้ครูตามแบบโบราณนั้น นิยมประกอบพิธีในเดือนที่เป็นเลขคู่ ยกเว้นเดือน ๙ เดือนเดียวที่อนุโลม เพราะถือเป็นเคล็ดว่าเป็นเลขที่ดีก้าวหน้า และมักทำกันในวันข้างขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นวันฟูข้างแรมอันถือว่าเป็นวันจมไม่นิยมประกอบพิธีกันพิธี ไหว้ครู หมายถึงการสำรวมใจรำลึกถึงพระคุณของบรมครูที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้แก่ ศิษย์และพร้อมใจกันเปล่งเสียงวาจาด้วยความเคารพตามครูผู้กระทำพิธีขณะอ่านโองการพิธี ครอบครู เป็นพิธีที่นิยมกันมาช้านาน หมายถึงการนำศีรษะครูมาครอบ (เพื่อรับเป็นศิษย์) และครูจะคอยควบคุมรักษา คอยช่วยเหลือให้ศิษย์มีความจำในกระบวนท่ารำ จังหวะดนตรีหากมีสิ่งใดที่ไม่งามจะเกิดขึ้นกับศิษย์ ครูจะช่วยปัดเป่าให้พ้นจากตัวศิษย์พิธีครอบครูนั้นนับว่าเป็นการทำให้ผู้เรียนมีกำลังใจว่าครูจะคุ้มครองรักษา ครูจะช่วยเหลือแม้จะรำผิดพลาดไปบ้างจะทำให้ผู้เรียนไม่ตระหนกตกใจจนเกินไป เพราะมีความเชื่อมั่นว่าตัวเองได้ทำพิธีครอบครูแล้วครูคงให้อภัยในความผิดพลาด อีกประการหนึ่งพิธีครอบครูนั้นผู้ศึกษานาฏศิลป์ทุกคนถือว่าเป็นพิธีสำคัญ และจำเป็นสำหรับผู้ศึกษาปฏิบัติท่ารำที่อยู่ในระดับสูง เช่นการรำเพลงหน้าพาทย์ ก่อนจะรำผู้ศึกษาต้องผ่านพิธีครอบครูก่อนจึงจะต่อท่ารำได้

::  พ่อแก่ บรมครูแห่งศิลปะการแสดง
:: พระพิราพ บรมครูนาฏยดุริยางคศิลป์