กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 5

เรื่อง พุทธประวัติ

 

 



ที่มา : http://www.thaigoodview.com

การออกบวชประพฤติปฏิบัติธรรม
เสด็จออกผนวช ทรงครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาเรื่องเสด็จออกผนวช จนกระทั่งพระชนมายุได้ 29 พรรษา จึงตัดสินพระทัยเสด็จออกผนวช โดยเสด็จออกพร้อมนายฉันนะ มหาดเล็กคนสนิทและทรงม้ากัณฐกะ เป็นเวลาเดียวกับที่พระนางพิมพาประสูติพระโอรส ซึ่งต่อมาทรงพระนามว่า ราหุล
เมื่อถึงริมฝั่งแม่น้ำอโนมา เจ้าชายสิทธัตถะได้ทรงปลงผม โกนหนวดเคราทิ้ง และทรงครองเพศเป็นนักบวช

ทรงพบพระเจ้าพิมพิสาร
หลังจากทรงครองเพศเป็นนักบวชแล้ว ได้เสด็จมุ่งสู่แคว้นมคธ ทรงพบกับพระเจ้าพิมพิสาร ผู้ปกครองแคว้นมคธ อันมีเมืองราชคฤห์เป็นเมืองหลวง ได้รับการเชื้อเชิญให้ครองเมืองด้วยกัน แต่ทรงปฏิเสธและได้เสด็จต่อไปยังสำนักคณาจารย์ 2 สำนัก

เสด็จสู่สำนักคณาจารย์
เมื่อเสด็จไปยังสำนักคณาจารย์ทั้ง 2 คือ สำนักอาฬารดาบส และสำนักอุททกดาบส พระสิทธัตถะทรงศึกษาค้นคว้าอยู่ที่ 2 สำนักนี้จนได้ฌาน 8 ชั้น แต่ทรงเห็นว่ายังมิใช้หนทางหลุดพ้นทุกข์ จึงอำลาอาจารย์ทั้ง 2 มุ่งหน้าสู่อุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสวงหาหนทางใหม่

ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา
พระสิทธัตถุทรงทดลองปฏิบัติวิธีทรมานตนให้ลำบากอย่างยิ่งยวดที่เรียกว่า ทุกรกิริยา ซึ่งเป็นวิธีที่นักบวชสมัยนั้นนิยมปฏิบัติกันมาว่าเป็นหาทางหลุดพ้นได้จริงหรือไม่ เมื่อทรงเห็นว่า เป็นเรื่องไร้สาระ หาผลดีอะไรไม่ได้ จึงทรงเลิกวิธีทรมานตน

ทรงบำเพ็ญเพียรทางจิต
เบญจวัคคีย์ที่ได้ตามเสด็จพระสิทธัตถะมาตั้งแต่ต้น เมื่อได้เห็นพระสิทธัตถะ เลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา ก็เกิดความไม่เชื่อถือจึงชวนกันหลีกหนีไปอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นกาสี เมื่อพระสิทธัตถะทรงอยู่ตามลำพัง จึงทรงเริ่มบำเพ็ญเพียรทางจิตตามหลักฌานที่เคยทรงมีพื้นฐานมาจากสำนักคณาจารย์ทั้ง 2